ในยุคปัจจุบันโทรศัพท์มือถือกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของหลายๆคนไปแล้ว และยังมีบางคนที่เรียกว่าได้เสพติดโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องใช้มือถืออยู่ตลอดเวลา โทรศัพท์มือถือในยุคนี้ต่างจากในอดีตมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงไม่ใช่เพียงแค่ใช้โทรออก-รับสายเหมือนในอดีตแต่มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายรองรับการทำงานในหลากหลายด้าน หลากหลายธุรกิจตามการประยุกต์ใช้งาน
ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเทคโนโลยีการนำโทรศัพท์มือถือ QR code และ ธุรกิจร้านอาหาร มารวมกัน หลายๆ คนอาจจะเคยได้ใช้บริการเทคโนโลยีนี้ หรือ เจ้าของกิจการบางแห่งก็เริ่มนำเทคโนโลยีตัวนี้มาใช้กันบ้างแล้ว นั่นคือการให้ลูกค้าใช้โทรศัพท์มือถือของตัวเอง สแกน QR code ของทางร้าน เพื่อเข้าไปเลือกดูรายการอาหาร และสามารถสั่งรายการที่เลือกได้เลยทันที ไม่ต้องรอพนักงานมารับออเดอร์อีกต่อไป
หลักการทำงาน “สแกน-สั่ง-เสิร์ฟ”
สำหรับบางคนที่ไม่เคยใช้อาจจะยังไม่เข้าใจอยู่ว่าเทคโนโลยีนี้เป็นยังไงจึงจะพามาดูหลักการกันแบบคร่าวๆ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้นด้วยหลักการ “สแกน-สั่ง-เสิร์ฟ”
1. สแกน
ตามปกติเราจะต้องรอพนักงานเข้ามารับออเดอร์ แต่เมื่อนำเทคโนโลยีตัวนี้เข้ามา เราจะได้รับ QR code ในการสั่งอาหาร อาจจะติดอยู่ที่โต๊ะ หรือพนักงานนำมาให้เมื่อเรานั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่นำโทรศัพท์มือถือ มาสแกน QR code ที่ได้รับ ก็จะเข้าสู่หน้าการสั่งอาหาร
2. สั่ง
ในการสั่งอาหารพอเราเลือกเมนูที่ต้องการและยืนยันสั่งออเดอร์เรียบร้อยแล้ว รายการที่เราสั่งจะถูกส่งไปยังห้องครัวทันทีตอนนี้เราก็แค่ต้องรอให้ทางครัวจัดเตรียมรายการอาหารให้เท่านั้นเอง
3. เสิร์ฟ
เมื่อรายการอาหารพร้อมก็จะถูกนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะของเราเป็นอันเรียบร้อย
ความแม่นยำ
เราพูดถึงระบบในส่วนของหน้าร้านไปแล้ว แต่ยังไม่มีการพูดถึงในส่วนของระบบหลังร้านเลย บางคนอาจจะสงสัยว่าพอสั่งไปแล้ว พนักงานจะเสิร์ฟถูกไหม จะรู้ได้ยังไงว่าออเดอร์มาจากโต๊ะไหน
QR code เฉพาะเจาะจง QR code ที่ใช้แต่ละโต๊ะจะไม่เหมือนกัน เมื่อสแกน QR code และสั่งอาหาร ระบบจะรู้ทันทีเลยว่าแต่ละออเดอร์โต๊ะไหนเป็นคนสั่ง พนักงานจะสามารถเสิร์ฟได้อย่างถูกต้องแน่นอน เพราะฉะนั้นห้ามสแกน QR code จากโต๊ะอื่นเด็ดขาด!
ข้อดีสำหรับลูกค้า
- สะดวก เมื่อเมนูทุกอย่างสามารถดูได้ผ่านการสแกน QR code ทุกคนก็จะสามารถดูเมนูได้ที่เครื่องใครเครื่องมัน ไม่ต้องแย่งกันดู
- รวดเร็ว เราสามารถสั่งอาหารได้ทันที ไม่ต้องรอพนักงานมารับออเดอร์ รวมถึงถ้าต้องการสั่งเพิ่มก็สามารถทำได้เลยทันทีต้องมองหาพนักงานและเรียกเข้ามารับออเดอร์
- ลดข้อผิดพลาด พนักงานไม่ต้องมานั่งจดออเดอร์จึงลดความผิดพลาดที่อาจเกิดจากการสื่อสาร ผิดพลาดได้ เช่น พนักงานจดออเดอร์ผิด หรือ ฟังเมนูคลาดเคลื่อน
ข้อดีสำหรับร้านค้า
- เพิ่มความคล่องตัว ในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงที่ลูกค้าเข้าเยอะๆ บางครั้งพนักงานก็ทำงานไม่ทัน ไหนจะจดออเดอร์ ไหนจะต้องเสิร์ฟ ต้องคอยโฟกัสตลอดเวลาว่าลูกค้าจะเรียกตอนไหน แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นการสั่งผ่านคิวอาโค้ดแล้ว พนักงานก็จะสามารถโฟกัสกับการเสิร์ฟอาหารได้อย่างเต็มที่ ช่วงประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะเลย
- ลดต้นทุน ของทุกอย่างย่อมมีต้นทุนเสมอ สำหรับเมนู 1 เล่มก็เช่นกัน ยิ่งธุรกิจของเรามีขนาดใหญ่ เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อจำนวนลูกค้า เราก็จำเป็นจะต้องมีเมนูให้ลูกค้าอย่างทั่วถึง ซึ่งเมนู 1 เล่น ต้นทุนก็อาจจะไม่ใช่น้อยๆเลย อีกทั้ง ยังมีการเสื่อมของวัสดุ จะอัพเดทเพิ่มก็ยุ่งยาก เมนูแบบออนไลน์จึงช่วยลดต้นทุนส่วนนี้ไปได้เยอะมากๆ
- อัพเดทเมนูได้ตลอด เมื่อเมนูอยู่บนระบบออนไลน์แล้ว เราก็จะสามารถปรับปรุงเมนูได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่ม ลด แก้ไขรายการอาหาร รวมถึง เราสามารถใส่รูปให้ลูกค้าดูได้ อีกทั้งถ้าหากมีเมนูไหนหมด ก็สามารถอัพเดทให้ลูกค้ารู้ก่อนกดสั่งได้ทันที
ต่อยอดระบบที่ใหญ่กว่า
ระบบสต๊อก เมื่อมีการสั่งออเดอร์เข้ามา ระบบจัดทำการตัดสต๊อกให้ทันที และเมื่อวัตถุดิบตัวไหนหมด เมนูไหนไม่สามารถทำได้เพราะวัตถุดิบไม่พอ ก็จะแจ้งที่ครัวทันที รวมถึงระบบก็สามารถอัพเดทให้เมนูนั้นลูกค้าไม่สามารถสั่งได้ชั่วคราวอีกด้วย
ระบบชำระเงิน เมื่อข้อมูลทุกอย่างอยู่ในระบบอยู่แล้ว อาจต่อยอดให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ว่าสั่งอะไรไปบ้าง ราคาเท่าไหร่ ยอดเงินรวมเท่าไหร่ และสามารถชำระเงินได้ทันทีผ่านระบบ โดยไม่จำเป็นต้องไปที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินเลย
การประยุกต์ใช้
ในเมื่อทุกอย่างย่อมมีค่าใช้จ่าย ย่อมมีต้นทุน ร้านค้าเล็กก็อาจจะรู้สึกว่าระบบนี้มันยิ่งใหญ่ แต่เราไม่ได้มีต้นทุนขนาดนั้น ในหัวข้อนี้จึงจะมาแนะนำ 1 วิธีการนำ QR code ไปประยุกต์ใช้กันนั่นก็คือ “เมนู” นั่นเอง
เราอาจจะไม่ต้องถึงขนาดให้ลูกค้าสามารถกดสั่งได้ แต่เรายังสามารถให้ลูกค้าดูเมนูผ่านโทรศัพท์มือถือได้นะ อาจจะใช้การออกแบบเมนูมาเพียงแค่ 1 เล่ม แล้วอัพขึ้นระบบ cloud ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทุกคน เท่านี้ก็ลดต้นทุนไปได้เยอะแล้ว อีกทั้งการทำแบบนี้ เรายังสามารถตกแต่งสวยงามได้ตามใจเราด้วย ใครที่มีหัวด้านครีเอท สามารถใช้เครื่องมือออกแบบอะไรได้ก็สามารถออกแบบได้อย่างเต็มที่เลย
ข้อดีอีกอย่าง คือ สำหรับผู้ที่เริ่มมีอายุ สายตาเริ่มไม่ชัดเหมือนเดิม พอเป็นเมนูแบบออนไลน์แล้ว จะสามารถซูมให้ใหญ่เท่าไหร่ก็ได้ หรือจะใช้ไอแพดในการดูเมนูก็จะได้ขนาดที่ใหญ่สมใจแน่นอน
บทสรุป
ใครที่ทำธุรกิจร้านอาหารอยู่ อยากลองนำระบบนี้ไปใช้ดูก็อาจจะลองศึกษาเกี่ยวกับโปรแกรมเพิ่มเติมเพื่อหาโปรแกรมที่เราถูกใจและตอบโจทย์ธุรกิจของเราที่สุด หรือถ้าใช้โปรแกรมซํกตัวอยู่แล้ว อาจจะลองคุยกับทางบริษัทที่รับผิดชอบก่อนก็ได้ว่าโปรแกรมที่ใช้อยู่สามารถทำได้ไหม
หรือใครที่อยากจะนำไปต่อยอด อาจจะเห็นช่องทางอื่นๆ ในการนำเทคโนโลยีใกล้ตัวเข้ามาพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ก็อย่ารอช้า ลงมือทำได้เลย!